มุมไบ-ออรังกาบาต


มุมไบ – ปูน่า –ออรังกาบัด
ชม ถ้ำอชันตา – เอลโลร่า และถ้ำช้าง

 

อินเดียฝั่งตะวันตก มีมุมไบเป็นจุดศูนย์กลาง และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการรุกรานของชาติตะวันตกที่เข้ามาสู่ประเทศอินเดีย ดังนั้นเราจะได้ชมภาพตั้งแต่อดีตที่เราจะเข้าไปสืบค้นคือในยุคสมัยของวัดถ้ำ (Caves temple)  คือราวพ.ศ.900 และศิลปกรรมร่วมสมัยของศาสนาพุทธ ฮินดู เชน  เรื่อยมาจนถึงศิลปกรรมในยุคที่ศาสนาของชาวตะวันตกเริ่มเข้ามาพร้อมกับพวกโปรตุเกส  ศิลปกรรมสมัยอาณานิคม และอินเดียในปัจจุบัน

ดังนั้นการ เที่ยวอินเดียจึงไม่เพียงเป็นการมาเที่ยวเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่เสมือนเราเดินเข้าสู่ประตูแห่งกาลเวลา ที่พาเราเข้าไปพบกับความงดงามของอารยธรรมต้นน้ำ ที่มีความงดงามและทรงไว้ซึ่งคุณค่าแม้กาลเวลาไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้   


เราจะไปไหนกันบ้าง

วันที่ 1 ของการเดินทาง           
กรุงเทพฯ - มุมไบ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองมุมไบ (เดิมเรียกบอมเบย์)  

วันที่ 2 ของการเดินทาง    
มุมไบ – ปูน่า (PUNE แต่อ่านเป็น POONA)เมืองเล็ก ๆ แต่มีความเก่าแก่ซึ่งสามารถสืบค้นร่องรอยของผู้คน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยังเป็นเมืองที่ถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงรองจากมุมไบในช่วงหน้ามรสุม ในสมัยอาณานิคมอังกฤษ เมืองนี้ขอนำชมประตูทางเข้า และกำแพงมหึมาของวังเก่า SHANIWAR WADA พาเดินเล่นในย่านเมืองเก่า ที่เรียกว่า “KASBA PETH”  ชมกลุ่มหมู่บ้านซึ่งสามารถเดินติดต่อถึงกันได้ แวะชมวัดในบริเวณเมืองเก่าและชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง นำชมเมืองในยุคอาณานิคม เริ่มจากถนนมหาตมคานธี เรื่อยไป แวะชมอาคารต่าง ๆ เหนื่อยแล้วแวะพักรับประทานน้ำชาและขนมขึ้นชื่อของเมืองนี้ “BAAKARWADI” ที่ร้าน ZCHITALEL BANDHU ชมทัศนียภาพยามเย็นของเมืองปูนาบนป้อมปราสาท “SINHAGAD FORT”
                 
วันที่ 3 ของการเดินทาง            
ปูนา – มุมไบ – ออรังกาบัด : เดินทางกลับเข้าสู่มุมไบแล้วเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยังเมืองออรังกาบัด

วันที่ 4 ของการเดินทาง            
อา ชัตตา – เอลลอร่า : นำท่านเดินทางไปยังถ้ำ เอลลอร่า ชมวัดถ้าของ 3 ศาสนา พุทธ (ราว พ.ศ. 700 – 1100 ), ฮินดู (ราว พ.ศ. 1000 – 1600)  และ เชน (ราว พ.ศ. 1300 – 1500)ซึ่งช่างโบราณได้ฝากฝีมือการแกะสลักอันยอดเยี่ยมไว้ และได้เห็นถึงศรัทธาที่ทำให้สามารถสกัดภูเขาเพื่อสร้างเป็นศาสนสถานอันวิจิตร  จากนั้นไปชมกลุ่มวัดถ้ำ ที่อาชันตา ซึ่งเป็นวัดถ้ำของพระพุทธศาสนาทั้งของเถรวาทและมหายาน  ท่านจะตื่นตาและอัศจรรย์ใจในพลังศรัทธาของชาวพุทธที่ใช้ความวิริยะในการสร้างวัดโดยการเจาะภูเขาซึ่งเป็นรูปเกือกม้า ซึ่งใช้เวลต่อเนื่องกันมานับร้อย ๆ ปี

วันที่ 5 ของการเดินทาง            
ออ รังกาบัด – มุมไบ : นำท่านชมเมืองออรังกาบัด แวะชมสุสานของออรังเซบซึ่งได้ชื่อว่า ทัชมาฮาลน้อย แล้วกลับมารับประทานอาหารกลางวัน ก่อนเดินทางกลับเมืองมุมไบ  

วันที่ 6 ของการเดินทาง            
มุมไบ : นั่งเรือไปเที่ยวเกาะช้าง (ELEPHANTA CAVES) เพื่อชมความงดงามของการแกะสลักรูปเคารพของพระศิวะ และรูปสลักตรีมูรติ  ระหว่างทางขึ้นถ้ำช้าง ท่านจะสามารถเลือกซื้อสายสร้อยและลูกปัดหลากสีจากปะการังและหินสีต่าง ๆ จนบางท่านอาจขึ้นไปไม่ถึงถ้ำช้าง

กลับจากถ้ำช้านพาชมสถานที่สำคัญในเมืองมุมไบ เช่น DOBHI GHAT (ท่าซักผ้าสาธารณะ), แวะถ่ายรูป ณ สถานีรถไฟมุมไบ “VT TERMINUS”  ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกในเอเชีย, ประตูอินเดีย, แวะชมสวนลอยWALKESSWAR , วัดเชน หากมีเวลาจะนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ PRINCE OF WHALES

วันที่ 7 ของการเดินทาง            
มุมไบ – กรุงเทพฯ : วันนี้ให้เวลาสบาย ๆ ไปเดินเล่นชมตลาดและซื้อของ  ขอนำท่านไปยังย่านซื้อของ ของเมืองมุมไบ ที่ท่านจะหาซื้อได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ  หนังสือ เป็นต้น และให้ท่านได้แวะตลาดผลไม้ CRAWFORD MARKET เพื่อให้ท่านเลือกซื้อผลไม้กลับมาเมืองไทย  (ผลไม้แนะนำคือ องุ่นไร้เมล็ด และทับทิม)
    
วันที่ 8 ของการเดินทาง            
กรุงเทพฯ : ถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแต่เช้าตรู่


 
**** นมัสเต****

หมายเหตุ รายการสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้เดินทาง