สังเวชนียสถาน


ในมหาปรินิพพานสูตร พระอานนท์ได้ทูลถามถึงกาลเมื่อพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว จะมีสิ่งใดเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธองค์ได้ พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสแก่พระอานนท์ว่า


ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน 4 แห่งนี้ เป็นสถานที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดูเพื่อระลึกว่า
พระตถาคตทรงประสูติ ณ ที่นี้
พระตถาคตได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ที่นี้
พระตถาคตทรงประกาศ พระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ ที่นี้
พระตถาคตได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ณ ที่นี้
…ชนเหล่าใดจาริกไปยังเจดีย์(ที่ซึ่งควรแก่การบูชา) ก็จะเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส
เมื่อชนเหล่านั้นเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
(มหาปรินิพพานสูตร ฑีฆนิกาย มหาวรรค  ข้อ 131)


สังเวชนียสถาน 4

สถานที่ประสูติ
สถานที่ตรัสรู้
สถานที่แสดงปฐมเทศนา
สถานที่ปรินิพพาน


ขอต้อนรับทุกท่านสู่การเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน ทั้ง 4 แห่ง เพื่อระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราชาวพุทธทั้งหลาย   ในการเดินทางทุก ๆ ครั้งในประเทศอินเดียนั้น จะไม่สุขสบายเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีความเจริญทางวัตถุสูง แม้คณะผู้จัดเตรียมจะเตรียมการณ์อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม อุปสรรค หรือ สิ่งที่ไม่เป็นไปดังใจปรารถนาย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดทาง ดังนั้น การมา กราบนมัสการสังเวชนียสถานนี้ ถือว่า เป็นสภาวะการณ์จริงที่เราจะได้นำพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาลงมือปฎิบัติจริงกันเลย

เริ่มตั้งแต่ธรรมของผู้เดินทาง คือ
1.
สัทธิโก มีความศรัทธา เชื่อมั่น
2.
ปหูตธโน มีทรัพย์ภายนอก ภายใน พอแก่การใช้สอย
3.
อโรโค โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียน
4.
ปริวาโร มีบริวารสนับสนุน
5.
มัคคนายโก มีผู้นำพาที่เชื่อใจได้
6.
มัคคุเทสโก    
มีผู้บรรยายที่ชำนาญให้ความรู้

ธรรมะหมวดต่อไปที่ใช้ได้ทุกสถานคือ สังคหวัตถุ 4
1.
ทาน การให้  ให้ทุน ให้แรง ให้คำพูด ให้ความเอื้อเฟื้อ  ให้อภัย
2.
ปิยวาจา การใช้ถ้อยคำอันเป็นที่รัก สร้างสรรค์ถนอมน้ำใจ ให้กำลังใจกัน
3.
อัตถจริยา การทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่หมู่คณะ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ปัญหา และสนับสนุนให้กิจกรรมต่าง ๆ ลุล่วงไปด้วยดี
4.
สมานัตตตา
การเอาตัวเข้าสมาน คือการวางตัวสม่ำเสมอ ไม่เอาเปรียบและเสมอกันในทุกข์สุข คือร่วมสุข ร่วมทุกข์ ร่วมรับรู้ ร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน

ธรรมะทั้ง 2 หมวด นี้มีความจำเป็นมาก ดังนั้นจึงเรียนนำเสนอเพื่อให้ท่านผู้ร่วมเดินทางทุกท่านมีปีติหล่อเลี้ยงใจ ตลอดเวลาแห่งการเดินทางและยังได้กระทำบุญกิริยาตลอดการเดินทางนี้ร่วมกัน ดังที่ท่านเจ้าคุณพระเทศโพธิคุณ (ว.ป. วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้เขียนไว้ในหนังสือสู่แดนพระพุทธองค์ ไว้ว่า

“…แดนภารตะ แห่งนี้ มีทั้งสุขให้เราเลือก มีทั้งทุกข์ให้เราผจญ ใครจะได้รับสุขหรือทุกข์นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการปรับสภาพของเราเอง พยายามสรรสร้างความรู้สึกนึกคิดที่ดีดีต่อสิ่งที่ผ่านมากระทบ สร้างความเข้าใจต่อสิ่งนั้น ๆ หลีกเลี่ยงความกินใจต่อสิ่งที่ไม่เหมือนของเรา และความยากลำบาก เข้าให้ถึงมุมเสน่หาอินเดียให้ได้…

…ดังนั้น ผู้จะจาริกอินเดียให้ดูดี ต้องพกศรัทธา พาปัญญา จูงมือความเพียร สะสมบารมีมาให้เพียงพอต่อการใช้สอยในแต่ละวัน …ขอให้ทำใจให้ได้อย่างเดียว ความสุขหลายอย่างจะตามมา หากตามใจอย่างเดียวเท่านั้น จะขาดทุนความสุขอีกหลายอย่าง…”

(จากหนังสือสู่แดนพระพุทธองค์ อินเดีย – เนปาล โดย พระเทศโพธิคุณ
(ว.ป. วีรยุทฺโธ) หน้า 22 )