ประวัติโดยสังเขป

ประวัติศาสตร์ยุคโบราณ
 2,000 - 1,000 ปีก่อนคริศตกาล มนุษย์ยุคโบราณในเขตที่ลุ่มน้ำท่วมถึง อาศัยอยู่ในบ้านใต้ถุนสูง ส่วนในเขตอื่นจะอาศัยอยู่ตามถ้ำ กินปลา ข้าว และเกลือเป็นอาหาร ทั้งยังรู้จักประดิษฐ์หม้อดินเผาขึ้นมาใช้
 
 100 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 500 กำเนิดอาณาจักรฟูนันในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง รุ่งเรืองด้วยการค้า และรับศรัทธาทางศาสนามาจากอินเดีย ช่วงแรกนับถือพระศิวะกับพระวิษณุ แต่ไม่นานพุทธศาสนาก็แพร่หลายตามเข้ามา
 
ค.ศ. 500 -700 อาณาจักรเขมรยุคต้นๆ อยู่ลึกจากอาณาจักรฟูนันเข้าไปในแผ่นดิน ณ จุดที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำซาปไหลมาบรรจบกัน จีนเรียกขานว่าเจนละ ราษฎรพูดภาษาในตระกูล มอญ - เขมร บูชาพระศิวะและรังสรรค์ศิลปะสไตล์เขมรแท้ขึ้นที่ เมืองวยาธปุระ (นตรบุรี) สถาปัตยกรรมเขมรที่ยิ่งใหญ่ยั่งยืนเป็นอนุสรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ถือกำเนิดขึ้นที่เมือง สมโบร์ไพรกุก ในรัชสมัยของพระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 (ค.ศ. 616 -65)
 
 
 
ความยิ่งใหญ่ของเมืองพระนคร
 ค.ศ. 802 -50 รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้ประกาศตนเป็นเทวราชา และย้ายเมืองวหลวงมาอยู่ที่ร่อลวยใกล้ๆ เมืองพระนคร
 
ค.ศ. 877 - 89 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ทรงรวบรวมอาณาจักรเข้าเป็นปึกแผ่น และโปรดฯ ให้สร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายกว้างไกล เพื่อรองรับการขยายอำนาจในภายหน้า
 
ค.ศ. 889 -908 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองพระนคร
 
ค.ศ. 1113 - 50   พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 โปรดฯให้สร้างปราสาทนครวัด และทรงยกทัพไปตีได้ดินแดนอาณาจักรจามปา  
 
ค.ศ. 1177 พวกจามยกทัพมาตีเมืองพระนคร
 
ค.ศ. 1181 -1219 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดฯให้สร้างปราสาทบายนขึ้นที่นครธม (เมืองพระนครหลวง) นำพุทธศาสนามาประดิษฐานในพระราชอาณาจักร และปราบปรามพวกจาม
 
ค.ศ. 1296 สยามเริ่มเรืองอำนาจขึ้นทางทิศตะวันตก และสุดท้ายยังได้ยกทัพมาตีเมืองพระนคร
 
ค.ศ. 1297 - 1298 ชาวจีนชื่อ โจวต้าก้าน ติดตามคณะทูตมาเยือน กัมพูชา และได้เขียนบันทึกเล่าถึงวิถีชีวิตและสังคมในเมืองพระนครไว้
 
ค.ศ. 1352 - 1430 อาณาจักรอยุธยามีอำนาจกล้าแข็งขึ้นทุกขณะ และยกทัพมาตีเมืองพระนครสี่ครั้ง ทุกครั้งล้วนชิงเอาเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันล้ำค่า และกวาดต้อนเชลยศึกไปได้มากมาย
 
 
ความแตกแยกและความเสื่อม
 ค.ศ. 1432 ภัยคุกคามจากสยามทำให้พระเจ้าพงหยัตทรงโยกย้ายเมืองหลวงจากเมืองพระนคร ไปอยู่ที่เมืองละแวก ใกล้ๆกับจุดบรรจบของแม่น้ำโขง แม่น้ำซาป  และแม่น้ำบาซัก ไม่ไกลจากกรุงพนมเปญนัก
 
ค.ศ. 1593 - 1594 สมเด็จพระนเรศวรแห่งกรุงสยามทรงยาตราทัพมายึดเมืองละแวก
 
ค.ศ. 1618 - 1866 พระไชยเชษฐาที่ 2 ทรงย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ อุดง ทางตอนเหนือของกรุงพนมเปญ
 
ค.ศ. 1859 ชาวฝรั่งเศสเดินทางมาขึ้นบกที่ไซ่ง่อน
 
ค.ศ. 1862 ฝรั่งเศสเข้ายึดครองสามแคว้นแห่งอินโดจีน
 
 
บทบาทฝรั่งเศสในกัมพูชา
 ค.ศ. 1863 ฝรั่งเศสบังคับให้พระนโรดมทรงลงพระนามในสนธิสัญญามอบกัมพูชาให้เป็นรัฐอารักขาของฝรี่งเศส
 
ค.ศ. 1866 พนมเปญได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงใหม่
 
ค.ศ. 1892 กองทัพฝรั่งเศสยึดดินแดนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชามาจากสยาม และผนวกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนเขมรเดิมอีกครั้ง
 
ค.ศ. 1904 พระนโรดมทิวงคต พระศรีสวัสดิขึ้นครองราชย์ต่อ จนถึงปี 1927
 
ค.ศ. 1941 ไทยเข้ารุกรานภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา
 
ค.ศ. 1942 สมเด็จนโรดมสีหนุขึ้นครองราชย์
 
 
 สมเด็จพระนโรดมสีหนุ
 
 
เอกราชกับสงครามอินโดจีน
 ค.ศ. 1945 สมเด็จสีหนุทรงประกาศเอกราชของกัมพูชา โดยมีญี่ปุ่นคอยหนุนหลัง
 
ค.ศ. 1946 กองกำลังของไทยถูกขับไล่ออกจากเขมร
 
ค.ศ. 1953 กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศศอย่างสมบูรณ์ ภายใต้การนำของสมเด็จสีหนุ
 
ค.ศ. 1954 ฝรั่งเศสให้คำยืนยันอย่างเป็นทางการในที่ประชุมเจนีวา ว่าจะถอนกำลังออกจากกัมพูชา เวียดนาม และลาว
 
ค.ศ. 1955 สมเด็จสีหนุสลุราชย์ให้กับสมเด็จนโรดมสุรามฤทธิ์ ผู้เป็นพระบิดา แต่พระองค์ยังทรงเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
 
ค.ศ. 1959 กัมพูชาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เพราะกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร ศาลโลกที่กรุงเฮกได้ตัดสินชี้ขาดให้เขาพระวิหารเป็นสมบัติของกัมพูชา
 
ค.ศ. 1960 เจ้าสีหนุรวบอำนาจได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่องสงครามอินโดจีนครั้งที่สองปะทุขึ้น กัมพูชาก็เริ่มถอยห่างจากสหรัฐฯ และเอนเอียงมาทางเวียดนามเหนือ
 
ค.ศ. 1962 นายตู สฺมุต ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาหายตัวไป พอลพตเข้ารับตำแหน่งแทนและวางแผนก่อ    กบฎขึ้นทันที
 
ค.ศ. 1965 สงครามเวียดนามขยายวงกว้าง กองกำลังคอมมิวนิสต์เข้ามากบดานอยู่ในกัมพูชา เจ้าสีหนุตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่ยังคงปราบปรามฝ่ายที่มีความคิดเป็นปฏิปักษ์ และคอมมิวนิสต์ภายในประเทศอย่างไม่ลดละ
 
ค.ศ. 1967 กองทัพคอมมิวนิสต์ของพอลพตที่สีหนุตั้งสมญานามให้ว่า "เขมรแดง" ก่อการจราจลขึ้นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แต่รัฐบาลใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามลงได้สำเร็จ
 
ค.ศ. 1969 ฝูงบินบี - 52 ของอเมริกาเริ่มปฏิบัติการบินเข้าไปทิ้งระเบิดใส่ฐานที่หลบภัยของทหารเวียดนามในกัมพูชา
 
ค.ศ. 1972 ลอนนลก่อรัฐประหาร เจ้าสีหนุลี้ภัยไปเป่ยจิง (ปักกิ่ง)
 
ค.ศ. 1973 สหรัฐเริ่มถอนกำลังออกจากเวียดนามหลังจากส่งฝูงบินมาปูพรมทิ้งระเบิดกัมพูชารวมปริมาณทั้งสิ้น สองแสนห้าหมื่นตัน ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดเดือน สภาคองเกรสลงมติให้ยิกเลิกปฏิบัติการนี้ในวันที่ 15 สิงหคม
 
 
 ยุคปีศูนย์
 ค.ศ. 1975 กองทัพเขมรแดงภายใต้การนำของพอลพต พิชิตกองทัพของลอนนล และยึดพนมเปญได้ในวันที่ 17 เมษายน เมืองใหญ่ต่างๆ ถูกทำลายล้าง กัมพูชาตัดขาดจากโลกภายนอก นายทหาร ทหาร และข้าราชการฝ่ายลอนนลถูกเข่นฆ่า มีการเกณฑ์แรงงานคนมาทำการเกษตรโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง พุทธศาสนาและชนกลุ่มน้อยถูกกวาดล้างอย่างโหดเหี้ยม
 
ค.ศ. 1976 ชาวเมืองหลายแสนถูกเนรเทศให้ไปอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดทุพภิกขภัยครั้งใหญ่
 
ค.ศ. 1977 กลุ่มพอลพตเริ่มดำเนินการกวาดล้างขึ้นเป็นครั้งที่สอง เพื่อกำจัดผู้มีความเห็นไม่ตรงกันทั้งหมด กัมพูชาส่งทหารข้ามชายแดนเข้ามาโจมตีเพื่อนบ้าน และได้เข่นฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และลาวไปไม่น้อย
 
ค.ศ. 1978 กัมพูชาปฏิเสธไม่ยอมเจรจากับเวียดนามเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพรมแดน การฆ่าล้างหมู่กระตุ้นให้ผู้คนก่อจลาจลขึ้นในภาคตะวันออก เพื่อต่อต้านการปกครองของพอลพต พวกกบฏถูกปราบปรามจนต้องหนีไปรวมตัวกันใหม่ ในชายแดนเวียดนาม และร้องขอความช่วยเหลือจากกรุงฮานอย
 
ค.ศ. 1979 สถาปนาสาธารณรัฐกัมพูชา เวียดนามยกทัพมารุกราน และล้มล้างรัฐบาลพอลพต นายเฮงสัมริน อดีตหัวหน้ากบฏก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี โดยมีนายฮุนเซ็นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ (และได้เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา)
 
 
การเกิดใหม่
 ค.ศ. 1979 - 1988 เวียดนามเคลื่อนกำลัง 100,000 คนเข้ามาประจำอยู่ในกัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเขมรแดงฟี้นคืนมาใหม่
 
ค.ศ. 1989 เวียดนามเริ่มถอนกำลังทหารออกจากกัมพูชา
 
ค.ศ. 1991 เจ้านโรดมสีหนุเสด็จกลับคืนสู่กรูงพนมเปญ
 
ค.ศ. 1993 กัมพูชาจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์การสหประชาชาติ นำไปสู่การก่อตั้งรัฐบาลผสม ระหว่างพรรคฟุนซึนเป็กของเจ้านโรดมรนฤทธิ์กับพรรคราษฎรของนายฮุนเซ็น
 
ค.ศ. 1996 กองกำลังเขมรแดงเกิดการแตกแยก เอียง สารี เอาใจออกห่างหันไปเข้ากับรัฐบาล โดยมีข้อแม้ให้ทางการประกาศนิรโทษกรรมให้
 
ค.ศ. 1998 นายพอลพตเสียชีวิตลงอย่างลึกลับ กลุ่มเขมรแดงแตกสลาย แต่นายฮุนเซ็นยังรักษาตำแหน่งผู้ทรงอำนาจและอิทธิพลแห่งกัมพูชาเอาไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง
 
ค.ศ. 1999 กัมพูชาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศอาเซียน
Comments