ทริปวันที่ 12 - 18 สิงหาคม 2553

     คณะเดินทางถ่ายที่สนามบินศรีลังกา
 
 
    ต้นพระศรีมหาโพธิ์อายุกว่า 2300 ปี นำมาจาก
    หน่อพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรก จากพุทธคยา  
    โดยพระนางสังฆมิตตาเถรี
 
           กิ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ เห็นชัด ๆ
 
 
 
     รุวันเวฬิ หรือสุวรรณมาลิกเจดีย์ (ใหญ่มาก)
 
    ถูปาราม เมืองอนุราธะปุระ ที่สังคายนาพระ
    ธรรมวินัย ครั้งที่ 4
 
            น้ำพุ่งออกมาจากปากสิงห์โต
 
 
                         เห็นแล้วทึ่งและอึ้ง
 
 
    เจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระมหินทร์เถระ ณ
    บริเวณที่พบกับพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ที่
    เห้นเป็นหินก้อนเดียวสูง ๆ นั่นคือที่พระมหิ
    นทร์เถระและคณะมาถึงศรีลังกา  โดยฤทฺธิ์
    และยืนอยู่บนหินก้อนนั้น
 
     สามสาว สู้...สู้...(ถ่ายก่อนเดินลงจ้า...!!!)
 
     AYUBOWAN เป็นคำทักทายของศรีลังกา  
     แปลว่า ขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน
 
                   อาหารอร่อย.....
 
 
 
 
                  ดูความยิ่งใหญ่ที่เหลืออยู่
 
 
 
                  บนวิหารพระเขี้ยวแก้ว
 
 
  เวลาถ่ายรูปกับพระพุทธรูปในศรีลังกา ห้ามหัน
  หลังให้พระพุทธรูป ต้องยืนหรือนั่งหันหน้าเข้า
  หาพระและแสดงความเคารพ
 
             เตรียมตัว....พิชิตสิกิริยา
 
                 ข้างบนสุดคือพระราชวัง
 
            กำลังขึ้นไปดูภาพ เฟสโก้เลื่องชื่อ
 
     ภาพเฟสโก้ บันลือโลก สีภาพยังสดใสอยู่
 
              ภูมิประเทศรอบ ๆ สิกิริยา
 
 
     
เตรียมตัวไปวัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้
 
 
     สถูปบรรจุอัฐิของพระเจ้าวุฏฏคามินีอภัย
     เมืองอนุราธะปุระ
 
      ต้นพระศรีมหาโพธิ์จากต้นแรก คือที่ค้ำด้วยไม้
      ค้ำสีทอง
 
 
     ประตูทางเข้าวิหารต้นพระศรีมหาโพธิ์ (แต่ปิด)
     เป็นรูปพระนางสังฆมิตตาเถรีอัญเชิญหน่อพระ
     ศรีมหาโพธิ์มาจากอินเดีย
 
                         สุวรรณมาลิกเจดีย์
 
               ลายฉลุไม้ สวยดีเลยถ่ายมา
 
 
 รางใส่ข้าวเพื่อถวายพระ ที่หอฉัน เชิงเขามหินตเล
 
 
                            หอฉันถ่ายมูมสูง
 
 
       รูปพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ณ มหินตเล
 
 
 
 
                ฟ้ายามเย็น บนมหินตเล
 
                      ถ่ายหน้าห้องอาหาร
 
 
     อ่างเก็บน้ำปกรมพาหุสมุทร อ่างเก็บน้าที่สร้าง
     ขึ้งในสมัยพระเจ้าปกรมพาหุมหาราช ใหญ่
     จริง ๆ ....เห็นแล้วทึ่ง....
 
 
     เจ้าคนขาถ่างนั่นคือ ไกด์ เรียกมันมาให้ช่วย
     ถ่ายรูป ดันไปยืนแอ๊กท่าถ่ายเสียนี่ ..มันน่า....
 
 
       ตรงบันไดทางขึ้นวิหารสลักรูปมนุษย์นาค
       ทวารบาลผู้เฝ้าและรักษาวิหาร
 
                                สงบ งาม
 
 
 
                 ดูเหมือนไม่สุง ...แต่...เหนื่อย
 
                        ประตูทางขึ้นชั้นที่ 1
 
                 ยังไหวค่ะ
 
                        ภาพเฟสโก้ บนสิกิริยา
 
     ถึงแล้ว ไชโย...แต่ยังไม่ถึงปราสาท แค่เท้า
     สิงห์เอง
 

             วัดพระเขี้ยวแก้ว แคนดี้       

ประตูทางเข้าสู่บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์
 
 
      moon stone ทางขึ้นวิหาร เป็นรูปสัตว์ 4 ชนิด
      เช่นเดียวกับตรงคอเสาอโศก
 
 
     พระนางสังฆมิตตาเถรีและหน่อพระศรีมหาโพธิ์
 
 
 
                         สุวรรณมาลิกเจดีย์
 
     บริเวณเชิงเขามหินตเล เป็นที่อาบน้ำพระสงฆ์
     สมัยโบราณ
 
     หอฉัน ราลที่ตั้งอยู่บนเสา เขาบอกว่าเป็นราง
     น้ำสำหรับล้างมือ
 
     ตอนเริ่มขึ้นเขามหินตเลก็ดูยิ้มแย้มดี แต่ตอน
      ลงไม่ได้ถ่ายไว้จ้า
 
            พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนเขามหินตเล
 
 
 
 
            บรรยากาศที่พัก ที่ สิกิริยาวิลเลจ
            (อยู่ใกล้เขาสิกิริยา)
 
                  ห้องอาหารของ สิกิริยา วิลเลจ
 
 
     ปกรมพาหุปราสาท พระราชวังของพระเจ้า
     นิสสังกมัลละ เป็นอาคารสูง 7 ชั้นมีห้อง1000
     ห้อง ที่เห็นนี้ ไกด์บอกว่าเหลือแค่ 2 ชั้น..
     อนิจจัง...
 
    วิหารพระเขี้ยวแก้ว ที่โปลอนนะลุวะ เป็น
      อาคารหมู่ตั้งอยู่บนฐานสูง มีด้วยกัน 4 อาคาร
      ใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วทั้งหมด

                             มนุษย์นาค
 
 
         
                           กัลวิหาร
 
 
   
                   กัลวิหาร โปลอนนะลุวะ
 

                          ไหว เหมือนกัน
 
                      นางฟ้าลอยอยู่บนก้อนเมฆ
 
      ต้องขึ้นบันไดไปอีก...ดังรูป(เพราะไม่ได้ขึ้น
      ไป!!!!)
 

                 ภายในวัดพระเขี้ยวแก้ว

Comments